Sinus Allergy Relief

SinusAllergyRelief

ชิป SinusAllergyRelief ของ CieAura มีประสิทธิภาพอย่างมากในการจัดการกับภูมิแพ้ไซนัส ซึ่งอาการจะเป็นกันมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปลายฤดูร้อน และต้นฤดูใบไม้ร่วง เนื่องจากอนุภาคและฝันละอองจะปลิวจากต้นไม้ พืช และอื่นๆ ได้ง่าย และอากาศจะแห้งมาก มูลของไร ตัวเรือด และแมลงอื่นๆ ก็ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้เช่นเดียวกัน  อาการที่เป็นได้แก่ น้ำมูกไหล มีน้ำไหลออกจมูก ตาแฉะ คันคอและคันตา 

สิ่งที่ลอยมาในอากาศและสูดดมเข้าไปในจมูกและปากมักไประคายเคืองไซนัส และก่อให้เกิดภูมิแพ้  เมื่อฝุ่นละอองเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย กลไกป้องกันตัวเองของร่างกายจะไปหยุดฝั่นละอองเหล่านี้โดยไปสร้างเสมหะและน้ำมูกเพื่อจับฝุ่นละอองเหล่านี้ ก่อนที่มันจะเข้าไปสู่ระบบทางเดินหายใจ ในฤดูดอกไม้บาน จึงมีสิ่งที่ระบบเสมหะและน้ำมูกต้องจัดการมากมาย เมื่อนานๆ เข้า ฝุ่นละอองเหล่านี้จะไปปิดกั้นการละบายของเสมหะและน้ำมูก ทำให้เสมหะและน้ำมูกรวมตัวกันอยู่ในไซนัส และค่อยๆ อ่อนแอที่จะต้านทานไวรัสและแบคทีเรีย เมื่อมาถึงจุดนี้ ปัญหาติดเชื้อและอาการรุนแรงอื่นๆ จะตามมา  ดังนั้นการจัดการกับปัญหาไซนัสไว้เนิ่นๆ จึงสำคัญ

ผลิตภัณฑ์ CieAura ทำงานจากการซึมซาบพลังงานอันเนื้อแท้เข้าไปในชิปโฮโลกราฟฟิก พลังงานอันเนื้อแท้คล้ายๆ กับพลังงานอันลึกลับที่ใช้ในด้านอื่นๆ  เมื่อวางชิปโฮโลกราฟฟิกไว้ในระยะหนึ่งหนึ่งนิ้วหรือมากกว่าจากร่างกาย  พลังงานเหล่านี้จะสื่อสารกับกันภายนอกกับสนามพลังงานของร่างกาย ชิปช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนตัวเองไปสู่สถานะพลังงานที่เหมาะสม ชิปใช้หลักการฟิสิกส์ ไม่ใช้เคมี เพื่อสื่อสารกันภายนอกกับสนามพลังงานอันเนื้อแท้ของร่างกาย

ชิปแต่ละชนิดมีสูตรพลังงานที่แตกต่างกันเพื่อช่วยร่างการควบคุมตัวเองในบางจุดของร่างกาย ชิป  SinusAllergyRelief -ของ CieAura ทำปฏิกิริยาภายนอกกับสนามพลังงานของร่างกาย เพื่อจัดการกับไซนัส ไม่มีสิ่งใดเข้าสู่ร่างกาย พลังงานอันเนื้อแท้ทำงานในบริเวณฟิสิกส์ควอนตัม (เล็กกว่าอะตอม) ด้วยเหตุนี้ ปัจจุบันจึงไม่มีอุปกรณ์ใดที่สามารถวัดสัญญาณนี้ได้ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของสัญญาณสามารถวัดได้ด้วยผลของการคลายอาการเจ็บปวด เนื่องจากไม่มีการใช้สารเคมี ปฏิกิริยาจึงดูลึกลับยากที่จะกล่าวถึง และไม่มีผลข้างเคียงสูงหรือต่ำหรือผลข้างเคียงอื่นๆ คุณจึงรู้สึกปรกติ  ในกรณีของชิป SinusAllergyRelief  ผลลัพธ์เกือบจะทันที ในกรณีอื่น อาจจะต้องใส่ชิปนานหน่อยจึงจะรู้สึกว่าชิปออกฤทธิ์  จำไว้ว่า ชิปทั้งหมดของ  CieAura Chips จะได้ผลดี ต้องดื่มน้ำมากๆ 

ตำแหน่งวางชิปที่เหมาสมตำแหน่งการวางที่เหมาะสม: ควรวางชิป SinusAllergyRelief™ ไว้ด้านหลังหูขวา ถ้าต้องการให้ได้ผลลัพธ์ดีกว่านั้น ให้วางชิปอีกอันไว้ด้านหลังหูซ้าย คลิ๊ที่แท็บ FACTS ด้านล่างเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับตำแหน่งการวางชิป และการใช้ชิป SinusAllergyRelief อย่างถูกต้อง

ทิปผลดีและความปลอดภัย:

ชิปโฮโลกราฟฟิกใส  SinusAllergyRelief ของ CieAura

Oหนึ่งในห้าผู้ใหญ่ชาวอเมริกันมีอาการภูมิแพ้ทางจมูก แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจอาการนี้กันมากนัก พวกเขาชินกับอาการแน่นจมูก ปัญหาไซนัสเรื้อรัง และการหายใจทางปาก พวกเขาคุ้นเคยกับการนอนหลับไม่เต็มอิ่มและความอ่อนล้า แล้วพวกเขาก็ค่อยๆ ลืมไปว่า ชีวิตเป็นอย่างไรก่อนที่จะเป็นภูมิแพ้

  • ร่างกายคนเราไม่ได้ออกแบบมาเพื่อมีปฏิกริยาต่อต้านภูมิแพ้  ชิป  SinusAllergyRelief ของ CieAura ช่วยสร้างความสมดุลให้พลังงานและสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบร่างกาย โดยเฉพาะมันเกี่ยวพันกับปฏิกิริยาต่อต้านภูมิแพ้ไซนัส และนำร่างกายคุณกลับสู่หน้าที่การทำงานพื้นฐานทางธรรมชาติ
  • ชิป  SinusAllergyRelief ไม่มีการทะลุผ่านผิวหนัง และไม่มีการใช้ยาใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น จึงไม่มียาตกค้าง หรือมีผลข้างเคียง

อาการทั่วไปของภูมิแพ้ไซนัสเมื่อหายใจเอาฝุ่นละอองภูมิแพ้เข้าไป:

  • คันตา ตาแฉะ
  • จาม
  • คันจูมก น้ำมูกไหล
  • รู้สึกอ่อนเพลีย หรือไม่สบาย
How CieAura Chips Work

ความเป็นมา
การแพทย์แผนจีนนั้นคือการบำบัดโรคด้วายพลังงาน  ย้อนหลังไปกว่า 3000 ปี แพทย์ฝังเข็มใช้หลักการการกระตุ้นพลังงานแบบบวกและลบ หรือหยินและหยางกับพลังงานศูนย์กลางของจิตใจซึ่งเป็นวิธีการของลัทธิเต๋า   ชาวจีนได้พัฒนาศิลปะแห่งการกระตุ้นการไหลของกำลังภายใน ซึ่งถือว่าเป็นหลักการของการรักษา โรคทางร่างกายเข้าใจกันว่ามีต้นเหตุมาจากการเมื่อยล้าของพลังงาน หรือพลังงานถูกปิดกั้น  เมื่อคนเราได้รับบาดเจ็บ  โดยธรรมชาติ ร่างกายจะแสดงอาการตอบสนองต่อการบาดเจ็บ โดยการแผ่ซ่านการบาดเจ็บไปอย่างช้าๆ ทำให้รู้สึกเจ็บปวดและอาการบวม  ทันทีที่มีการทำลายการปิดกั้นพลังงาน มีการกระตุ้นการไหลของพลังงานเพิ่มขึ้น อาการของความเจ็บป่วยจะกลับสู่ภาวะปรกติ และเริ่มอาการรักษาโรคอย่างรวดเร็ว  การไหลของพลังงานไปทั่วทั้งร่างกายนั้นไหลผ่านเส้นที่เรียกว่า เส้น"เมอริเดียน" ซึ่งเป็นเส้นที่วาดขึ้นจากตำราแพทย์แผนจีน และตั้งชื่อตามอวัยวะและระบบต่างๆ ของร่างกาย  ตามเส้นเมอริเดียนเหล่านี้ จะมีแหล่งรวมของพลังงาน ที่รู้จักกันว่า "จุด"  ซึ่งสามารถกระตุ้นจุดเหล่านี้ได้โดยการนวด การใช้เข็มหรือความร้อน เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายกลับคืนสู่สุขภาพดี   การกระตุ้นพลังงานสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การใช้ฝ่ามือ แร่ และอัญมณีวางบนจุด แต่ปัจจุบัน ส่วนใหญ่ใช้การกระตุ้นด้วยไฟฟ้าบนจุดฝังเข็มบางจุดเพื่อกระตุ้นสนามแม่เหล็กในร่างกายคนเรา  การไหลของพลังงานสามารถแสดงให้เห็นได้อย่างง่ายๆ เช่น สายยางในสวน  น้ำในสายยางจะไหลได้สะดวก แต่ถ้าสายยางมีการหักงอจะทำให้น้ำนั้นไหลรินค่อยๆ จุดที่หักงอนี้เป็นจุดที่ปิดกั้นการไหลของน้ำ  ถ้าเราดังจุดที่หักงอให้ตรง (เปรียบเทียบกับการกระตุ้นี่จุดฝังเข็มตามเส้นเมอริเดียที่มีอาการเฉื่อยชา) กำลังการไหลก็จะกลับคืนสู่สภาพเดิม

การรักษาด้วยการฝังเข็มส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของพลังงานในช่องของร่ายกาย ในการนำพลังงานให้กลับคืนมาสู่ร่างกายอีกครั้งในร่างกายที่มีการเจ็บป่วย วิธีการนั้นคือการฝังเข็ม การใช้ความร้อน การใช้เลเซอร์ หรือวิธีการอื่นๆ เพื่อกระตุ้นจุดฝังเข็มบางจุดที่อยู่ในช่องใต้ผิวหนัง . The บริเวณเจ็ด chakras นั้นมีความสัมพันธ์กับจุดฝังเข็ม (Chakra คือพื้นที่ ไม่ใช่จุด) จุดประสงค์ของการรักษา คือการไปสร้างความสมดุลให้แก่พลังงานในบริเวณ chakras เพื่อรักษาความมีสุขภาพดีเอาไว้  การฝึการหายใจ การนั่งสมาธิ การสวดมนต์ และการโภชนาการอย่างสมดุล เป็นวิธีการรักษาโรคเชิงป้องกันที่ดีเยี่ยมที่สุด

ในทุกวัฒนธรรม แพทย์หรือซินแสจะเป็นผู้อธิบายถึงพลังงาน  แพทย์สมัยก่อนรู้ว่าความคิดและอารมณ์ด้านลบที่นำพามาโดยกระแสพลังงานทำให้เกิดการปิดกั้นหรือการลัดวงจร ซึ่งทำให้เกิดโรค คนโบราณเชื่อว่าการขจัดจุดปิดกั้นพลังงาน และการสร้างความสมดุลให้สนามพลังงานจะทำให้คนเรากลับมามีสุขภาพดีอีกครั้ง  ตำราโบราณระบุว่าสาเหตุของโรคส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากร่างกาย การมีสุขภาพดีนั้นขึ้นอยู่กับการไหลอย่างสะดวกของพลังงานเหล่านี้ 

ร่างกายคนเรา คนโบราณถือว่าเป็นสิ่งบริสุทธิ์  ไม่ใช่ปัจจัยที่เป็นเหตุแห่งโรค  การรักษาโรคคือการบรรเทาอาการของโรคและยักย้ายถ่ายเทกระแสพลังงานอย่างล้ำลึก เพื่อไปขจัดต้นเหตุแห่งโรค การใช้พลังงาน ตามที่สอนโดยคนโบราณ จะใช้เข็ม การเยียวยา หรือใช้มือวางไว้บนจุดพลังงาน พลังงานยังเชื่อว่าสามารถแผ่รังสีจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนได้

จากปีทศวรรษ 1980 จนถึงปัจจุบัน มีความสนใจอย่างมากในเทคโนโลยีเครื่องมือวิจัยพลังงานอันเนื้อแท้  วิทยาศาสตร์มีความก้าวหน้าอย่างมากในการสามารถวัดและตรวจสอบการมีอยู่ของพลังงาน เครื่องมือ เช่น  Super Quantum Induction Device (SQUID) ของ M.I.T. และ Nuclear Magnetic Resonators (NMR) ที่มีราคาเป็นล้านเหรียญสหรัฐ ถูกนำมาใช้ในการวัดพลังงานเหล่านี้  การวิจัยด้วยเลเซอร์และโฮโลแกรม ทำให้มีความเข้าใจเพิ่มขึ้นในการทำงานของกลไกที่ซ่อนอยู่ในพลังงานที่มองไม่เห็นเหล่านี้

HarmonicFM

HarmonicFM คือผู้ผลิตชิปโฮโลกราฟฟิกใส CieAura   ซึ่ง HarmonicFM ได้ค้นพบวิธีการติดยึดพลังอันเนื้อแท้เข้าไว้ในโฮโลแกรมเพื่อจุดประสงค์ของการกระตุ้นวงจนในตัวมนุษย์ ชิปของเรากระตุ้นจุดที่สำคัญเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ต้องการ  เส้นเมอริเดียนทางธรรมชาติในร่างกายเราเสียการสมดุลและทำให้เกิดการติดขึดในกระแสพลังงานทางธรรมชาติที่ไหลไปมาระหว่างอวัยวะ เซลล์ และเนื้อเยื่อที่สำคัญของร่างกาย  ร่างกายทำงานเพื่อเชื่อมต่อกับพลังงานเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ถ้าปราศจากการช่วยเหลือ ก็เป็นการยากที่รักษาความสมดุลไว้ในร่างกายเรา เพื่อให้พลังงาน สมาธิ ความอดทน บวกและลบ (หยินและหยาง) อยู่ในระดับที่เหมาะสมที่สุด

พลังงานอันเนื้อแท้ที่ซึมซาบเข้าไปในชิปเป็นสูตรที่ประกอบไปด้วยการใส่สูตรเข้าไปมากกว่า 30 สูตร  ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสูตร  และชิปโฮโลกราฟฟิกใส CieAura สามารถช่วยให้ร่างกายแก้ไขบกพร่องทางพลังงาน ความไม่สบาย และปัญหาการพักผ่อนอย่างธรรมชาติ  เมื่อวางวางชิปไว้ภายในระยะประมาณ 2 นิ้วจากร่างกาย  พลังงานในชิปจะมีปฏิกิริยากับสนามของร่างกาย และช่วยให้ร่างกายควบคุมตัวเองได้อย่างธรรมชาติ  ชิป CieAura นั้นไม่มีการทะลุผ่านเข้าไปในผิวหนังใดๆ ทั้งสิ้น  จึงไม่มีสิ่งใดเข้าไปในร่างกาย ไม่มีการใช้ยา จึงไม่มีผลข้างเคียงเกิดขึ้น  ลองใช้ชิป CieAura  และคุณจะรู้สึกว่าเส้นเมอริเดียนของร่างกายกลับสู่ความสมดุล บรรเทาการอุดตันการไหลของพลังงาน ทำให้พลังงานในร่างกายไหลสะดวกขึ้น สุขภาพดีย่อมเกิดขึ้นตามมา

โฮโลแกรมได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นสื่อที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการนำมาใช้กับเทคโนโลยีของเรา โฮโลแกรมสามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าสื่อเก็บข้อมูลทั่วๆ ไป  สูตรที่ใส่เข้าไปจึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (ยกเว้นถูกลบ) ดังนั้นสูตรจึงคงความบริสุทธิ์อยู่  ข้อมูลในโฮโลแกรมสามารถเก็บไว้ได้นานกว่า 50 ปี ดังนั้นอายุการใช้งานผลิตภัณฑ์ CieAura  จึงแทบจะไม่มีวันหมดอายุ

มักจะมีการเข้าใจผิดว่าความถี่และการสั่นสะเทือนเป็นหลักการการออกแบบชิป CieAura  เพื่อความกระจ่างในเรื่องนี้ ขออธิบายว่า Harmonic FM เป็นผู้พัฒนาและผู้ผลิตชิป CieAura และ Harmonic FM ได้พิจารณาว่าความถี่ และ/หรือการสั่นสะเทือนไม่ใช่เป็นมูลฐานของการสื่อสารของสมองและร่างกาย  งานวิจัยของ Harmonic ได้แสดงให้เห็นว่าความถี่และการสั่นสะเทือนเป็นพลังงานที่สามารถวัดได้ และเมื่อถูกดูดซับเข้าสู่ร่างกาย มันจะไปสร้างผลลัพธ์บางอย่าง  เราพบว่า เมื่อเอาความถี่และการสั่นสะเทือนออกจากร่างกาย สิ่งที่เหลืออยู่ นั้นคือ พลังงานอันเนื้อแท้ (intrinsic energies) ซึ่งทำหน้าที่เป็นเสมือนพลังการสื่อสารทางธรรมชาติของร่างกาย “พลังอันเนื้อแท้” เหล่านี้ไม่สามารถวัดได้ในลักษณะเดียวกันกับการวัดความถี่และการสั่นสะเทือน ด้วยเหตุนี้  เราจึงใช้พลังทางธรรมชาติของร่างกายเป็นตัวตัดสินว่าพลังเหล่านี้มีอยู่ในร่างกาย  ด้วยเหตุผลนี้  เราจึงพิจารณาว่า เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องนักที่กล่าวว่าเทคโนโลยีของเราถูกขับเคลื่อนโดยความถี่หรือการสั่นสะเทือน

ต่อไปเราจะอธิบายว่าชิปทำงานอย่างไร จึงทำให้มันเป็นเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ที่เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท

ข้อเท็จจริง
  1. 1. วางชิป SinusAllergyRelief ไว้ด้านหลังหูขวา ระหว่างไรผมกับหู ในวิชาฝังเข็ม บริเวณนี้เรียกว่า SJ 18
  2. 2. ถ้าหลังจากสองสามชั่วโมงอาการปวดกลับมา ให้ย้ายชิปไปที่หูด้านซ้าย การย้ายชิปจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งมักจะเพิ่มประสิทธิภาพการคลายปวด
  3. 3. ในบางกรณี คุณอาจะวางชิปไว้ด้านหลังหูทั้งสองข้างก็ได้
  4. 4. สามารถใช้ชิปโฮโลกราฟฟิกใส CieAura ได้มากกว่าหนึ่งอัน(ชนิดไหนก็ได้) ต่อครั้ง
  5. 5. ชิป SinusAllergyRelief ทำงานโดยไม่มีการทะลุผ่านผิวหนัง เพียงแค่ไปกระตุ้นเส้นเมอริเดียนฝังเข็มบางจุดเท่านั้น
  6. 6. ชิป  SinusAllergyRelief ของ CieAura สามารถใช้ติดต่อกันได้นานถึง 3 วัน หรือนานกว่านั้น อย่างไรก็ตาม ตามปรกติ ควรให้ร่างกายคุณพัก หลังจากใช้ติดต่อกันหนึ่งวัน หรือมากกว่านั้น แล้วกลับมาใช้ต่อ แนะนำว่าให้เอาชิปออกจากตัวเป็นเวลาหนึ่งหรือสองชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายคุณรีเซต หรือพัก
  7. 7. ชิป CieAura ไม่มีการทะลุผ่านผิวหนัง ไม่มีสิ่งใดเข้าไปในร่างกาย
  8. 8. ในกรณีที่ตาแฉะตาเจ็บ คุณอาจจะวางชิปไว้ด้านล่างตาหนึ่งหรือสองข้าง ใต้กระดูกแก้ม
  9. 9. ถ้าคุณกำลังใช้ยาป้องกันหรือรักษาโรคอยู่ หรืออยู่ในระหว่างการรักษาอาการเจ็บป่วยทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ชิป
  10. 10. เช่นเดียวกับชิปโฮโลกราฟฟิกใสของ CieAura ทั้งหมด ชิปจะทำงานได้ผลดีที่สุดเมื่อวางไว้บนจุดฝังเข็ม และดื่มน้ำมากๆ 
  11. 11. ชิปโฮโลกราฟฟิกใส CieAura จะทำงานเมื่อวางไว้ภายในระยะ 2 นิ้วจากร่างกาย และหยุดทำงานเมื่อเอาออกห่างจากระยะดังกล่าว
  12. 12. ให้เก็บชิปไว้ห่างจากแม่เหล็กกำลังแรงสูง เพราะจะอาจทำให้ลบชิปได้

 

CieAura ไม่ได้แนะนำจุดวางชิปเพื่อการรักษาโรคทางการแพทย์ใดๆ หรืออาการเจ็บป่วยใดๆ เพราะผลิตภัณฑ์เราไม่ได้วินิจฉัย ป้องกัน  รักษา โรคหรืออาการบาดเจ็บใดๆ  ถ้าคุณเข้ารับการรักษาอาการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บใดๆอยู่ก่อนหน้าแล้ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ชิป ภาพไดอะแกรมด้านล่างนี้แสดงจุดฝังเข็ม  ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจุดเหล่านี้ กรุณาสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านการฝังเข็ม หรือ แพทย์ผู้ใช้มือจับกระดูกสันหลังรักษาโรค

ต่อไปนี้คือจุดฝังเข็มทั่วๆ ไป และผลกระทบของจุดเหล่านี้ต่อร่างกาย บ่อยครั้งที่การฝังเข็มนั้นใช้จุดฝังเข็มหลายๆ จุด ต่อเนื่องกัน เพื่อให้พลังงานไหลไปทั่วร่างกาย  นี่ไม่ใช่การอธิบายการฝังเข็มโดยละเอียด เป็นเพียงการอธิบายตัวอย่างจุดการวางชิปที่ดีเท่านั้น ชิปโฮโลกราฟฟิก CieAura ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อวางบนจุดฝังเข็ม และดื่มน้ำมากๆ 

1. วางชิป SinusAllergyRelief ไว้ด้านหลังหูขวา ระหว่างไรผมกับหู ในวิชาฝังเข็ม บริเวณนี้เรียกว่า SJ 18 2. ถ้าหลังจากสองสามชั่วโมงอาการปวดกลับมา ให้ย้ายชิปไปที่หูด้านซ้าย การย้ายชิปจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งมักจะเพิ่มประสิทธิภาพการคลายปวด

3. ในบางกรณี คุณอาจะวางชิปไว้ด้านหลังหูทั้งสองข้างก็ได้

6. ชิป  SinusAllergyRelief ของ CieAura สามารถใช้ติดต่อกันได้นานถึง 3 วัน หรือนานกว่านั้น อย่างไรก็ตาม ตามปรกติ ควรให้ร่างกายคุณพัก หลังจากใช้ติดต่อกันหนึ่งวัน หรือมากกว่านั้น แล้วกลับมาใช้ต่อ แนะนำว่าให้เอาชิปออกจากตัวเป็นเวลาหนึ่งหรือสองชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายคุณรีเซต หรือพัก

8. ในกรณีที่ตาแฉะตาเจ็บ คุณอาจจะวางชิปไว้ด้านล่างตาหนึ่งหรือสองข้าง ใต้กระดูกแก้ม

หมายเหตุ:
ผลิตภัณฑ์ CieAura ของเรามีไว้ขายเพื่อการเรียนรู้  เพื่อการพัฒนาสุขภาพตนเอง และเพื่อความผ่อนคลายแบบง่ายๆ  ไม่มีข้อความในเอกสารนี้ และข้อมูลใดๆ ที่ให้โดยพนักงานใดๆ  หรือผู้ค้าปลีกใดๆของ  CieAura ที่จะตีความว่า หรืออ้างว่า หรือมีความหมายว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้  ทำออกมาเพื่อใช้ในการวินิจฉัยโรค รักษา  บรรเทา บำบัด เยียวยา หรือป้องกันโรค หรือสภาพการรักษาทางการแพทย์อื่นๆ   ข้อมูลที่อยู่ในเอกสารนี้ถือว่าเป็นข้อมูลที่ได้มาจากรายงานที่เชื่อถือได้ และมีหลักฐาน  อย่างไรก็ตาม  บางคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญอาจจะไม่เห็นด้วยกับบางข้อความที่อยู่ในเอกสารนี้    CieAura ไม่ขอรับผิดชอบ หรือรับรองความเสี่ยงในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อธิบายไว้ในที่นี้  เราไม่ได้รับประกัน ด้วยถ้อยคำชัดแจ้ง หรือเป็นนัย  มากไปกว่าข้อความที่เป็นไปตามรายละเอียดมาตรฐานที่บังคับใช้อยู่ทั่วไป